การบริหารจัดการความรู้จากงานวิจัยและงานสร้างสรรค์

คณะกรรมการบริหารจัดการความรู้จากงานวิจัยและงานสร้างสรรค์

แนวทางการบริหารจัดการความรู้ระดับคณะของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

  1.    แนวทางการเผยแพร่งานวิจัย/บทความวิชาการ
  2.    แนวทางการจดสิทธิบัตร

 

  1. ลิขสิทธิ์

ลิขสิทธิ์ หมายถึง สิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่จะกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับงานที่ผู้สร้างสรรค์ได้เริ่มโดยการใช้สติปัญญาความรู้ ความสามารถและความวิริยะอุตสาหะของตนเองในการสร้างสรรค์ โดยไม่ลอกเลียนงานของผู้อื่นโดยงานที่สร้างสรรค์ต้องเป็นงานตามประเภทที่กฎหมาย ลิขสิทธิ์ให้คุ้มครองโดยผู้สร้างสรรค์จะได้รับความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์โดยไม่ต้องจดทะเบียน

กฎหมายลิขสิทธิ์ให้ความคุ้มครองแก่งานสร้างสรรค์ 9 ประเภท ตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่

  1. งานวรรณกรรม (หนังสือ จุลสาร สิ่งพิมพ์ คำปราศรัย โปรแกรมคอมพิวเตอร์ฯลฯ)
  2. งานนาฏกรรม (ท่ารำ ท่าเต้น ฯลฯ)
  3. งานศิลปกรรม (จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ภาพถ่ายศิลปประยุกต์ ฯลฯ)
  4. งานดนตรีกรรม (ทำนอง และเนื้อร้อง ฯลฯ)
  5. งานสิ่งบันทึกเสียง (เทป ซีดี)
  6. งานโสตทัศนวัสดุ (วีซีดี ดีวีดี ที่มีภาพหรือมีทั้งภาพและเสียง)
  7.    งานภาพยนตร์
  8. งานแพร่เสียง แพร่ภาพ
  9. งานอื่นใดในแผนกวรรณคดี วิทยาศาสตร์ หรือศิลปะ
  10. วิธีดำเนินการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์

2.1 การกรอกข้อมูลและระบุรายละเอียดต่าง ๆ

2.1.1  ชื่อเจ้าของลิขสิทธิ์ให้ระบุชื่อ สัญชาติ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือนิติบุคคล (แล้วแต่กรณี) และที่อยู่ของเจ้าของลิขสิทธิ์

2.1.2  ชื่อตัวแทนกรณีที่เจ้าของลิขสิทธิ์ต้องการมอบอำนาจให้กับผู้รับแทนอำนาจ มาดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการรับแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์และระบุถึงเขตอำนาจของผู้รับมอบอำนาจโดยให้ระบุ ชื่อ สัญชาติ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนหรือนิติบุคคล (แล้วแต่กรณี) และที่อยู่ของผู้รับมอบอำนาจ

2.1.3  สถานที่ติดต่อในประเทศไทย ให้ระบุสถานที่และเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อเจ้าของสิทธิหรือตัวแทนเพื่อสะดวกในการติดตามเอกสารและผลงานกรณีเอกสารและผลงานมีความไม่ครบถ้วน

2.1.4  ชื่อผู้สร้างสรรค์หรือนามแฝงให้ระบุชื่อ สัญชาติ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือนิติบุคคล ที่อยู่ผู้สร้างสรรค์ นามแฝง กรณีผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคลให้ระบุวัน เดือน ปี ที่จดทะเบียนนิติบุคคลและกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เสียชีวิตแล้วให้ระบุ วัน เดือน ปี ที่ผู้สร้างสรรค์เสียชีวิต

2.1.5  ชื่อผู้สร้างสรรค์ร่วมหรือนามแฝงให้ระบุชื่อ สัญชาติ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือนิติบุคคล ที่อยู่ของผู้สร้างสรรค์หรือนามแฝง กรณีมีผู้สร้างสรรค์ร่วมมากกว่า 1 คน ให้ระบุในช่องกรณีผู้สร้างสรรค์ร่วมเป็นนิติบุคคล ให้ระบุวัน เดือน ปี ที่จดทะเบียนนิติบุคคลและกรณีที่ผู้สร้างสรรค์ร่วมเสียชีวิตแล้ว ให้ระบุวัน เดือน ปี ที่ผู้สร้างสรรค์เสียชีวิต

2.1.6  ชื่อผลงานให้ระบุชื่อผลงานที่สะกดถูกต้องเพื่อประโยชน์ในการระบุในหนังสือรับรองการแจ้งข้อมูล

2.1.7  ประเภทของงานให้ระบุประเภทของงานและลักษณะงานที่ประสงค์จะยื่นแจ้งข้อมูลพร้อมระบุผลงานที่ยื่นประกอบคำขอ เช่น หนังสือ 1 เล่ม หรือแผ่นซีดี 1 แผ่น ฯลฯ เป็นต้น

2.1.8 ความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ให้ระบุว่าเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์โดยวิธีใด เช่น เป็นผู้สร้างสรรค์ ผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้าง นายจ้าง หรือผู้รับโอนลิขสิทธิ์ ฯลฯ เป็นต้น

2.1.9  ลักษณะการสร้างสรรค์ ให้ระบุว่าเป็นผู้สร้างสรรค์ขึ้นเองทั้งหมด สร้างสรรค์บางส่วน โดยระบุว่ามีส่วนใดบ้างหรือเป็นกรณีอื่น ๆ เช่น เป็นผู้รวบรวมผลงานหรือผู้ดัดแปลงผลงานฯลฯ

2.1.10 สถานที่สร้างสรรค์ ให้ระบุว่าการสร้างสรรค์ผลงานกระทำในประเทศใด

2.1.11 ปีที่สร้างสรรค์ให้ระบุปีที่ทำการสร้างสรรค์ผลงาน

2.1.12 การโฆษณางาน ให้ระบุวัน เดือน ปี และประเทศที่มีการโฆษณาครั้งแรก โดยการทำสำเนางานออกจำหน่ายโดยความยินยอมของผู้สร้างสรรค์และสำเนางานมีจำนวนมากพอสมควร กรณียังไม่มีการโฆษณางานให้ระบุโดยทำเครื่องหมายในช่องยังไม่ได้โฆษณา

2.1.13 การแจ้ง/จดทะเบียนลิขสิทธิ์ในต่างประเทศให้ระบุว่าเคยแจ้ง/จดทะเบียนลิขสิทธิ์ในต่างประเทศหรือไม่ โดยให้ทำเครื่องหมายลงในช่องการแจ้งหรือจดทะเบียน (แล้วแต่กรณี)

2.1.14 การอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์/โอนลิขสิทธิ์ ให้ระบุเครื่องหมายลงในช่องว่า เคยอนุญาต/โอนลิขสิทธิ์หรือไม่ เช่น หากไม่เคยอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์/โอนลิขสิทธิ์ให้ทำเครื่องหมายในช่องไม่เคยอนุญาตให้ผู้อื่นใช้ลิขสิทธิ์หรือโอนลิขสิทธิ์ในงานของตน หากเคยอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์/โอนลิขสิทธิ์ให้ระบุว่าอนุญาตให้ใช้หรือโอนลิขสิทธิ์แก่ใคร เมื่อใด เป็นการอนุญาตโอนลิขสิทธิ์โดยใช้สิทธิทั้งหมดหรือบางส่วนและมีระยะเวลาในการอนุญาต/โอนลิขสิทธิ์เท่าใด

2.1.15 การเผยแพร่ข้อมูลลิขสิทธิ์ให้ระบุว่าอนุญาตให้คนอื่นตรวจดูเอกสารในแฟ้มคำขอแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์และผลงานหรือไม่

2.1.16 การลงนามในคำขอให้เจ้าของลิขสิทธิ์หรือตัวแทนเป็นผู้ลงนาม

2.2 ใบต่อท้ายคำขอแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ในกรณีที่ข้อมูลที่กรอกในคำขอ (ลข.01) มีจำนวนมาก และผู้ขอไม่อาจกรอกข้อมูลได้ครบถ้วนในแต่ละข้อ เช่น ในกรณีที่มีเจ้าของลิขสิทธิ์ตัวแทน ผู้สร้างสรรค์ร่วมมากกว่า 1 คน ผู้ขอสามารถระบุข้อมูลเพิ่มเติมได้ในใบต่อท้ายฯ ผู้ลงนามในใบต่อท้าย คือเจ้าของลิขสิทธิ์หรือตัวแทน

2.3 แบบแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการสร้างสรรค์ผลงานโดยย่อ ให้ระบุวิธีการและขั้นตอนในการสร้างสรรค์ผลงานโดยย่อหรือแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน ผู้ลงนามในแบบแสดงรายละเอียดการสร้างผลงานโดยย่อ คือ เจ้าของลิขสิทธิ์หรือตัวแทน

2.4 หนังสือรับรองความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ให้ระบุชื่อเจ้าของลิขสิทธิ์ที่อยู่ ทะเบียนนิติบุคคล (ถ้ามี) ประเภทของงานลิขสิทธิ์ ชื่อผลงาน และระบุวันที่ยื่นคำขอแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ ผู้ลงนามในหนังสือรับรองความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ชื่อผลงานและระบุวันที่ยื่นคำข้อแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ผู้ลงนามในหนังสือรับรองความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ คือ เจ้าของลิขสิทธิ์เท่านั้น

2.5 ผลงานลิขสิทธิ์ที่ใช้ยื่นประกอบคำขอ

2.5.1  วรรณกรรม เช่น หนังสือชุดเอกสาร แผ่นซีดี ฯลฯ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เช่น สำเนา Source Code จำนวน 10 หน้าแรก และ 10 หน้าสุดท้าย หรือส่งซีดีหรือแผ่นดิสก์ บรรจุโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และในกรณีที่มี Source Code น้อยกว่า 50 หน้า ให้ส่งแผ่นซีดีหรือแผ่นดิสก์บรรจุโปรแกรมคอมพิวเตอร์โดยเจ้าของลิขสิทธิ์อาจผนึกและลงลายมือชื่อกำกับด้วยก็ได้

2.5.2  นาฏกรรมเช่น แผ่นซีดี ภาพการแสดงพร้อมบรรยายประกอบท่าทางทุกขั้นตอน ฯลฯ

2.5.3  ศิลปกรรม เช่น ภาพถ่ายผลงานภาพร่างผลงานภาพพิมพ์เขียว

2.5.4  สิ่งบันทึกเสียงเช่น แผ่นซีดี เทปเพลง ฯลฯ

2.5.5  โสตทัศนวัสดุ เช่น แผ่นซีดี แผ่นดีวีดี ฯลฯ

2.5.6  ภาพยนตร์ เช่น แผ่นซีดี แผ่นดีวีดี ฯลฯ

2.5.7  ดนตรีกรรม เช่น เนื้อเพลง แผ่นซีดี เทปเพลง โน้ตเพลง ฯลฯ

2.5.8  แพร่เสียงแพร่ภาพ เช่น แผ่นวีซีดี แผ่นซีดี ฯลฯ

2.5.9  งานอื่นใดอันเป็นงานในแผนกวรรณคดี แผ่นกวิทยาศาสตร์หรือแผนกศิลปะ เช่น ภาพถ่ายของผลงาน ฯลฯ

2.6 เอกสารที่ใช้ประกอบการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์

2.6.1  สำเนาบัตรประชาชนพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อ (กรณีเป็นบุคคลธรรมดา)

2.6.2  สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคลที่นายทะเบียนออกให้ไม่เกิน 6 เดือน ของเจ้าของลิขสิทธิ์ (กรณีเป็นนิติบุคคล)

2.6.3  หนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ 30 บาทพร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง (กรณีมีการมอบอำนาจ)

2.6.4  หน่วยงานหรือองค์กรของรัฐบาลใช้สำเนาหนังสือแต่งตั้งเป็นผู้บริหาร หน่วยงานหรือองค์กรฯ รวมทั้งสำเนาบัตรประชาชนของผู้ยื่นคำขอพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อ

2.6.5  มูลนิธิใช้สำเนาหนังสือการจดทะเบียนตั้งมูลนิธิพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. สิทธิบัตร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2542